Last updated: 6 ส.ค. 2568 | 49 จำนวนผู้เข้าชม |
ฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ มูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนงบประมาณประจำปี 2568 จำนวน 300,000 (สามแสนบาทถ้วน) ตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของฝ่ายฯ ในการสนับสนุนพัฒนางานวิชาการและนักวิชาการด้านโรคเรื้อน แก่ข้าราชการสถาบันราชประชาสมาสัย สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 8 คน ในการนำเสนอผลงานวิชาการและเข้าร่วมประชุมวิชาการโรคเรื้อนนานาชาติ ครั้งที่ 22 (The 22nd International Leprosy Congress: ILC2025) โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ณ Bali Nusa Dua Convention Centre ประเทศอินโดนีเซีย ภายใต้ Theme “Towards a World with Zero Leprosy” เป็นเวทีประชุมระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 3 ปี เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานด้านโรคเรื้อนจากทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายในการกำจัดโรคเรื้อนให้หมดไปอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การกำจัดการแพร่ของโรคเรื้อน (Interruption of transmission) โดยมุ่งบรรลุเป้าหมายในปี 2570 ไม่มี (Zero) จังหวัดที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อนเด็กรายใหม่ที่เกิดจากการแพร่เชื้อในประเทศต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี ตามยุทธศาสตร์การกำจัดโรคเรื้อนขององค์การอนามัยโลก
สถานการณ์โรคเรื้อนประเทศไทยในปี 2563 – 2567 มีการค้นพบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในคนไทย จำนวน 89, 62, 73, 82 และ 80 ราย ตามลำดับ ซึ่งการเร่งรัดค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ที่ผ่านมายังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ยังมีการค้นพบผู้ป่วยล่าช้าและพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ที่มีความพิการระดับ 2 สูงขึ้น(ความพิการทางกายที่มองเห็นได้) โดยพบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่คนไทยที่มีความพิการระดับ 2 จำนวน 9, 8,12 ,22 ราย และ17 ตามลำดับ
ทั้งนี้ การประชุมวิชาการโรคเรื้อนนานาชาติ ครั้งที่ 23 (The 23rd International Leprosy Congress: ILC2028) จะจัดขึ้นอีกครั้งในปีพ.ศ. 2571 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล โดยในปี 2566 ประเทศบราซิล (Brazil) พบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ประมาณ 27,800 ราย หรือราว ๆ 15% ของผู้ป่วยโรคเรื้อนทั่วโลกซึ่งถือเป็นลำดับ2 ของโลกที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่สูงสุดรองจากประเทศอินเดีย